วันอังคารที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

ภาคกลาง

กรุงเทพมหานคร 

หรือที่เรารู้จักกันดีว่ากรุงเทพ ชาวต่างชาติเรียกกันติดปากว่า Bangkok ที่มีทั้งเรื่องที่ดีงดงามน่ายกย่อง และก็มีทั้งเรื่องที่ไม่ดีไม่น่่าจดจำให้ได้พูด แต่ว่าเราจะมาพูดถึงในเรื่องทั่วๆไปและเรื่องราวของแต่ละท้องที่แต่ละจังหวัดกันดีกว่าครับ จะไม่ขอเอาเรื่องการบ้านการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องครับ

 " กรุงเทพฯ ดุจเทพสร้าง เมืองศูนย์กลางการปกครอง วัด วัง งามเรืองรอง เมืองหลวงของประเทศไทย " กรุงเทพฯ หรือ บางกอก เมืองหลวงของประเทศไทย เริ่มก่อตั้งภายหลังจากที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงครองราชย์ปราบดาภิเษกเป็นปฐมกษัตริย์แห่งราชจักรีวงศ์ เมื่อวันเสาร์ ที่ 6 เมษายน เดือน 5 แรม 9 ค่ำ ปีขาล พ.ศ. 2325 พระองค์ได้โปรดเกล้าฯ ให้สร้างพระราชวังทางคุ้งแม่น้ำเจ้าพระยาฟากตะวันออก เนื่องจากเป็นชัยภูมิที่ดีกว่ากรุงธนบุรีเพราะมีแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นแนวคูเมืองทางด้านตะวันตก และด้านใต้อาณาเขตของกรุงเทพฯ ในขั้นแรกถือเอาแนวคูเมืองเดิมฝั่งตะวันออกของกรุงธนบุรี คือ แนวคลองหลอด ตั้งแต่ปากคลองตลาดจนออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า เป็นบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ มีพื้นที่ประมาณ 1.8 ตารางกิโลเมตรบริเวณที่สร้างพระราชวังนั้นเดิมเป็นที่อยู่อาศัยของพระยาราชเศรษฐี และชาวจีน ซึ่งได้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายไปอยู่ที่สำเพ็ง ในการก่อสร้างพระราชวังโปรดเกล้าฯ ให้พระยาธรรมาธิบดี กับพระยาวิจิตรนาวีเป็นแม่กองคุมการก่อสร้าง ได้ตั้งพิธียกเสาหลักเมือง เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 54 นาที (21 เมษายน 2325) พระราชวังแล้วเสร็จ เมื่อพ.ศ. 2328 จึงได้จัดให้มีพิธีบรมราชาภิเษกตามแบบแผน รวมทั้งงานฉลองพระนคร โดยพระราชทานนามพระนครใหม่ว่า “กรุงเทพมหานคร บวรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตน์ราชธานีบุรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์” ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงเปลี่ยน คำว่า “บวรรัตนโกสินทร์” เป็น “อมรรัตนโกสินทร์” และในสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร เป็นนายกรัฐมนตรีได้รวมจังหวัด ธนบุรีเข้าไว้ด้วยกันกับกรุงเทพฯ แล้วเปลี่ยนชื่อเป็น “กรุงเทพมหานคร” เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515


การเดินทางท่องเทียวในกรุงเทพ


  • การโดยสารรถไฟฟ้าใต้ดินและรถไฟฟ้าบีทีเอส มีบัตรโดยสารประเภทคุ้มค่า เช่น บัตรโดยสารรายเดือนและบัตรโดยสารแบบเติมเงิน หากต้องการเที่ยวในเมืองหลายวันโดยใช้รถไฟฟ้าเป็นพาหนะหลัก ควรใช้ตั๋วดังกล่าว เพราะประหยัดและสะดวกกว่ามาก
  • นักท่องเที่ยวที่ต้องการเข้าชมพระบรมมหาราชวังและวัดพระแก้ว ต้องแต่งกายสุภาพ ผู้ชายห้ามสวมกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะ ผู้หญิงห้ามสวมเสื้อกล้าม เสื้อแขนกุด กางเกงขาสั้น กางเกงสามส่วน และรองเท้าแตะ และห้ามถ่ายภาพในอาคารและในพระอุโบสถด้วย
  • ปัจจุบันตลาดนัดจตุจักรเปิดทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด โดยแต่ละโซนจะเปิดและปิดหมุนเวียนสลับกันไปในแต่ละวันไม่ซ้ำกัน แต่ในวันเสาร์และอาทิตย์จะเปิดหมดทุกโซน รวมทั้งเจเจ มอลล์ด้วย
  • ถนนข้าวสารจะไม่ค่อยพลุกพล่านและมีของขายน้อยเป็นพิเศษในคืนวันจันทร์ เพราะเป็นวันหยุดของร้านแผงลอยหลายๆ ร้าน หากต้องการไปช็อปปิ้งที่นี่ แนะนำว่าให้เลี่ยงวันจันทร์
  • ห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในกรุงเทพฯ มีเวลาเปิดทำการแตกต่างกัน โดยมากจะเปิดตั้งแต่ 10.00–22.00 น. ซึ่งบางแห่ง ในวันเสาร์-อาทิตย์อาจมีเวลาเปิดทำการที่นานกว่าวันธรรมดา

สถานที่ น่าเที่ยว

พระบรมมหาราชวัง 

รายละเอียด

พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช  ทรงสร้างขึ้นพร้อมสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์ เมื่อแรกสร้างประกอบด้วย 3 ส่วนคือ พระมหาปราสาท พระราชมณเฑียรสถาน และวัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีเนื้อที่ 132 ไร่  ในอดีตพระบรมมหาราชวังเป็นที่ประทับของพระมหากษัตริย์ ลักษณะแบบแผนการก่อสร้างคล้ายคลึงกับพระบรมมหาราชวังเก่าในสมัยกรุงศรีอยุธยาคือ มีวัดพระศรีรัตนศาสดารามอยู่ในบริเวณวังเหมือนกับวัดพระศรีสรรเพชญ์ในสมัยกรุงศรีอยุธยา ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 4 และรัชกาลที่ 5 เริ่มรับอิทธิพลจากตะวันตกทำให้สถาปัตยกรรมมีลักษณะผสมผสานกับทางตะวันตกมากขึ้น หมู่พระที่นั่งที่สำคัญมีดังนี้คือ
          พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท  เดิมชื่อพระที่นั่งอินทราภิเษกมหาปราสาท เป็นพระมหาปราสาทองค์แรกที่สร้างขึ้นในพระราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระบรมศพพระมหากษัตริย์ สมเด็จพระอัครมเหสี และพระบรมวงศานุวงศ์ใช้ประกอบพระราชพิธีสำคัญ เช่น พระราชพิธีการมงคลและบำเพ็ญพระราชกุศลต่าง ๆ
          พระที่นั่งอาภรณ์พิโมกข์ปราสาท  อยู่ใกล้กับพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทใช้เป็นที่ประทับทรงพระราชพาหนะ และประทับเปลื้องเครื่องในงานพระราชพิธีที่มีขบวนแห่
          พระที่นั่งพิมานรัตยา สร้างเมื่อ พ.ศ. 2332 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว  ทรงใช้เป็นที่บรรทม และทรงใช้เป็นที่ชุมนุมมหาสมาคมสำหรับพระบรมวงศานุวงศ์ และข้าราชบริพารฝ่ายในเข้ารับพระราชทานเครื่องอิสริยยศ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ และนอกจากนั้นยังเป็นที่สรงน้ำพระบรมศพพระบรมวงศานุวงศ์ก่อนที่จะประดิษฐานพระบรมโกศในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท
          พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท  สร้างในสมัยรัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อ พ.ศ. 2419   ใช้เป็นที่รับรองพระราชอาคันตุกะชั้นพระราชาธิบดี หรือชั้นประมุขของรัฐ  นอกจากนี้ยังมีหมู่พระที่นั่งสำคัญอื่น ๆ เช่น พระที่นั่งราชกรัณยสภา พระที่นั่งมูลสถานบรมอาสน์  พระที่นั่งบรมราชสถิตย์มโหฬาร  พระที่นั่งจักรพรรดิพิมาน พระที่นั่งไพศาลทักษิณ ฯลฯ
           วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว  เป็นพระอารามหลวง ตั้งอยู่ตรงมุมด้านตะวันออกเฉียงเหนือของพระบรมมหาราชวัง เป็นที่ประดิษฐานพระมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) และใช้เป็นที่ประกอบพระราชพิธีทางศาสนาที่สำคัญ  วัดพระแก้วสร้างแล้วเสร็จในปี พ.ศ. 2327 และได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์มาตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1-9 ตลอดทุกรัชกาล ภายในพระอุโบสถ และระเบียงรอบวัดมีภาพจิตรกรรมฝาผนังสวยงามมาก สิ่งที่น่าสนใจอื่น ๆ ภายในวัดได้แก่ พระปรางค์ 8 องค์ พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทนครวัดจำลอง ปราสาทพระเทพบิดร ฯลฯ
         ศาลาเครื่องราชอิสริยยศและเหรียญกษาปณ์ ตั้งอยู่ภายในบริเวณพระบรมมหาราชวังด้านขวามือก่อนถึง   ทางเข้าพระราชวังส่วนใน จัดแสดงเหรียญกษาปณ์ และเงินตราที่ใช้ในประเทศไทยรวมทั้งเครื่องราชอิสริยาภรณ์ของสำนักฝ่ายใน  เปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30–16.00 น. ค่าเข้าชม 10 บาท  สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ส่วนจัดแสดงโทร. 0 2222 5864 ต่อ 18
         เวลาเปิดทำการ พระบรมมหาราชวังเปิดให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.30-16.00 น. (ห้องจำหบ่ายบัตรเข้าชม ปิดเวลา 15.30 น.)
         ค่าเข้าชม 
         - ชาวไทยไม่เสียค่าเข้าชม
         - ชาวต่างชาติค่าเข้าชมท่านละ  400 บาท  ซึ่งรวมบัตรเข้าชมศาลาเครื่องราชอิสริยยศและเหรียญกษาปณ์ และพระที่นั่งวิมานเมฆ  (ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2556 ปรับราคาเป็นท่านละ 500 บาท รวมค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ผ้า )
         หมายเหตุ : โปรดแต่งกายสุภาพ
         สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ โทร. 0 2623 5500 ต่อ 3100 หรือ 0 2224 3273 

วัดอรุณ [Temple of Dawn]


รายละเอียด

ตั้งอยู่ที่ถนนอรุณอัมรินทร์ ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งธนบุรี ตรงข้ามกับวัดโพธิ์ ข้ามเรือได้ที่ท่าเตียน เป็นวัดที่มีมาตั้งแต่ครั้งสมัยกรุงศรีอยุธยา  เดิมชื่อว่า “วัดแจ้ง” ต่อมาเมื่อพระเจ้ากรุงธนบุรีย้ายราชธานีจากกรุงศรีอยุธยามาตั้ง ณ กรุงธนบุรี ได้โปรดเกล้าฯ ให้กำหนดเอาวัดแจ้งเป็นวัดในเขตพระราชฐานใช้เป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตที่ได้อัญเชิญมาจากเวียงจันทน์ วัดนี้ได้รับการบูรณะปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ในสมัยรัชกาลที่ 2 จึงถือเป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 เมื่อบูรณะเสร็จแล้วได้พระราชทานนามว่า “วัดอรุณราชธาราม” ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีการก่อสร้าง พระปรางค์องค์ใหญ่ซึ่งมีความสูง 82 เมตร กว้าง 234 เมตร แต่มาเสร็จสมบูรณ์ในสมัยรัชกาลที่ 4 และได้เปลี่ยนชื่อเป็น    “วัดอรุณราชวราราม” 

วันนี้แนะนำกันแค่นี้ก่อนนะครับแล้วจะหาข้อมูลและเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับกรุงเทพมาฝากในโอกาสถัดไปครับ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น